สรุปผล : ( พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ) เชลซี 1 – 3 สเปอร์ส 1 เมษายน 2561

ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

วันอาทิตย์ที่ 1 เมษายน 2561

เชลซี 1 – 3 สเปอร์ส
Chelsea 1 – 3 Spurs

 

สนาม : สแตมฟอร์ด บริดจ์ (ลอนดอน)

อันโตนิโอ คอนเต้ นายใหญ่เชลซี เปลี่ยนทีมตำแหน่งเดียวจากชุดล่าสุด เลือกใช้ เชส ฟาเบรกาส แทน ติมูเอ้ บากาโยโก้ ตรงกลางสนาม ส่วนแนวรุกมีสามประสาน อัลบาโร่ โมราต้า, เอแด็น อาซาร์ และ วิลเลี่ยน ขณะที่ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กุนซือสเปอร์สได้ แฮร์รี่ เคน กลับมานั่งสำรอง ปล่อยให้ เดเล่ อัลลี่ รับภารกิจในการสร้างเกมรุกกับ ซน เฮือง มิน

เกมลอนดอนดาร์บี้เปิดฉากโดยแลกกันมันส์หยด สเปอร์ส ลุยใส่ไม่เกรงศักดิ์ศรี น.20 เจ้าถิ่นใกล้เคียงต่อการได้ประตูเมื่อ วิลเลี่ยน ได้บอลในกรอบเขตโทษด้านขวาแล้วสับไก แต่ติดเซฟ อูโก้ โยริส หวุดหวิด

นาทีต่อมา จากลูกเปิดทางกราบขวา มาร์กอส อลอนโซ่ แบ๊กซ้ายชาวสแปนิชบรรจงแปเสียบมุมเข้าไปตุงตาข่าย แต่งานนี้ มีธงขึ้นก่อนว่าล้ำหน้า แฟนๆ เชลซี เลยเฮเก้อ

กระทั่งครึ่งชั่วโมงพอดี แฟนๆ สิงโตน้ำเงินคราม ได้เฮสมใจเมื่อ วิคเตอร์ โมเสส เติมขึ้นทางขวาแล้วเปิดเข้ากลางให้ อัลบาโร่ โมราต้า เทกตัวโหม่งจมตาข่ายให้ เชลซี ทะยาน 1-0

สเปอร์ส เร่งเครื่องหวังเอาคืน จนทำได้สำเร็จในช่วงทดเวลาบาดเจ็บจากลูกยิงสุดมหัศจรรย์กว่า 30 หลาของ คริสเตียน เอริกเซ่น ที่ตะบันบอลส่ายฮุคลงชนิดที่ วิลลี่ กาบาเยโร่ หมดสิทธิ์ป้องกัน จบครึ่งแรก เสมอกัน 1-1

ครึ่งหลังเกมยังเปิดแลกกันสุดมันส์ ไก่เดือยทองได้เสียวสุดๆ เมื่อครบหนึ่งชั่วโมงของเกม จากจังหวะที่ ซน ได้บอลแล้วปั่นจากนอกกรอบด้านขวา ลูกกำลังจะมุดเข้าประตู ทว่า กาบาเยโร่ บินปัดได้

อีกเพียง 2 นาทีต่อมาหรือ น.62 สเปอร์ส ก็แซงนำ 2-1 เมื่อ เอริก ดายเออร์ วางยาวจากแนวรับให้ เดเล่ อัลลี่ วิ่งไปเกี่ยวลงในเขตโทษนิ่มๆ แล้วยิงเร็วผ่านมือ กาบาเยโร่ แบบสุดสวย

สเปอร์ส ได้ใจสุดๆ และหนีเป็น 3-1 ในน.65 เมื่อ ซน สปีดเข้าไปในกรอบเขตโทษด้านขวา ก่อนพยายามยิงเองไปติด กาบาเยโร่ ในจังหวะแรก และตามซ้ำ บอลขลุกขลิกกองหลังเจ้าถิ่นเคลียร์ไม่ขาดก่อน อัลลี่ จะปรี่เข้าซัดเผาขนไม่เหลือซาก

เหลือ 15 นาทีสุดท้าย ไก่เดือยทอง ปล่อยทีเด็ดส่ง เคน ลงแทน ซน ก่อนปิดเกมเอาชนะไปอย่างยอดเยี่ยม แทบจะดับฝัน เชลซี ในการคว้าตั๋วไป ชปล. เพราะ สเปอร์ส รั้งอันดับสี่ ทิ้งที่ห้าอย่าง สิงโตน้ำเงินคราม ถึง 8 แต้ม

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

เชลซี : วิลลี่ กาบาเยโร่, เซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า, อันเดรียส คริสเตนเซ่น, อันโตนิโอ รือดิเกอร์, วิคเตอร์ โมเสส (โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ น.81), เชส ฟาเบรกาส, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, มาร์กอส อลอนโซ่ (เอเมอร์สัน น.83), วิลเลี่ยน, เอแด็น อาซาร์, อัลบาโร่ โมราต้า (คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย น.88)

สำรองไม่ได้ใช้ : แดนนี่ ดริ้งค์วอเตอร์, ติมูเอ้ บากาโยโก้, แกรี่ เคฮิลล์, เอดูอาร์โด้

สเปอร์ส : อูโก้ โยริส, คีแรน ทริพเพียร์, ดาวิดซอน ซานเชซ, แยน แฟร์ทองเก้น, เบน เดวิส, เอริก ดายเออร์ (วิคเตอร์ วานยาม่า น.81), มุสซ่า เด็มเบเล่, เอริค ลาเมล่า (มุสซ่า ซิสโซโก้ น.88), เดเล่ อัลลี่, คริสเตียน เอริกเซ่น, ซน เฮือง มิน (แฮร์รี่ เคน น.74)

สำรองไม่ได้ใช้ : แดนนี่ โรส, มิเชล ฟอร์ม, แซร์ช โอริเย่ร์, ลูคัส มูร่า


ที่มา: Siamsport

เรื่องอื่นที่น่าสนใจ